เจ๊าะแจ๊ะ
คลิปข่าว  

ชีวิตพังทลาย!!! ครูสาวเปิดใจหลังโดนตำรวจมั่วนิ่มจับเป็นแพะคดีขับรถชนคนตาย ทำให้ต้องติดคุกฟรีถึงปีครึ่ง โดนไล่ออกจากงานจนลูกไม่ได้เรียนแถมสามีก็ไปมีคนใหม่ ทั้งๆ ที่พยานย้ำชัดว่าคนชนเป็นผู้ชายแต่ร้อยตำรวจเอกผู้ทำคดีกลับไม่สนใจ!!! (มีคลิป)

12 ม.ค. 2560, 08:32 น.


  จากกรณีที่กระทรวงยุติธรรม ยื่นมือเข้าช่วย นางจอมทรัพย์ อายุ 54 ปี อดีตครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร ตกเป็นแพะคดีขับรถชนคนตายเมื่อปี 2548 ต้องติดคุกฟรีไป 1 ปีกว่า ตั้งแต่เมื่อปี 2556 ก่อนได้รับอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 ทำให้มีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเป็นการจับผู้ต้องหาผิดตัว จนกระทั่งติดตามผู้ต้องหาตัวจริงมาได้ ซึ่งเหตุเกิดจากตำรวจจับผิดตัวจำทะเบียนรถคลาดเคลื่อน ที่ผ่านมาทำให้นางจอมทรัพย์ ถูกสังคมรังเกียจ ลั่นไม่ขอยัดเงิน เพราะเชื่อในกระบวนการยุติธรรมตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

        ล่าสุดวันที่ 10 มกราคม 2560 รายการต่างคนต่างคิด ทางช่อง อมรินทร์ทีวี ได้สัมภาษณ์ นางจอมทรัพย์, น.ส.พิมพ์ลดา ลูกสาว และ น.ส.รจนา เพื่อนผู้ยื่นมือมาช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าว โดยเริ่มแรกนางจอมทรัพย์ หรือครูจอมทรัพย์ ได้เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทำให้ตนต้องติดคุกฟรี ๆ 1 ปี เนื่องจากตำรวจจับตัวผิด ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจาก ครูรจนา ผู้เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ โดยครูรจนา เผยว่า เมื่อเกิดเรื่องดังกล่าว ตนและเพื่อนอีกหลายคนได้ปรึกษากันเพื่อช่วยเพื่อน เพราะมั่นใจว่าเพื่อนบริสุทธิ์ จะให้เพื่อนเข้าคุกฟรีไม่ได้ ครูรจนา ระบุว่า ตนได้เดินทางไปที่ขนส่งว่าเลขทะเบียนรถของเพื่อนตนมีคันเดียวในประเทศไทยหรือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ระบุว่าเลขทะเบียนนี้มีทั่วประเทศแต่จะระบุจังหวัดแตกต่างกัน โดยจะมีจังหวัดละ 1 คัน ซึ่งตนพบรถคันที่ก่อเหตุจริง ๆ อยู่ที่ จ.มุกดาหาร อีกทั้งที่อยู่ของผู้ก่อเหตุก็อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ตนและเพื่อน ๆ ก็เดินทางไปหาผู้ก่อเหตุ และทำทีเป็นขอซื้อรถเก่า 

       ครูรจนา ระบุว่า ตนก็ตะล่อมถามรายละเอียดถามประวัติอื่น ๆ ว่าเคยชนหรือไม่ ซึ่งทางผู้ก่อเหตุยอมรับว่าเคยชน แต่ไม่ได้ใช้แล้ว และจอดรถซุกไว้อยู่ในป่าอ้อย เมื่อสืบไป-มา ก็ได้ทราบว่าผู้ก่อเหตุตัวจริงยอมรับว่าเป็นคนชน ไม่คิดว่าครูจอมทรัพย์จะมารับโทษแทน นอกจากนี้ยังเผยรายละเอียดสำคัญอีกมากมาย เช่น ปีที่ชน, สถานที่เกิดเหตุ เป็นต้น 

       สำหรับเหตุที่ DSI รื้อคดีดังกล่าวขึ้นมาใหม่นั้น เป็นเพราะกลุ่มเพื่อนของครูจอมทรัพย์นำหลักฐานต่าง ๆ ไปยื่นเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ โดยครูรจนา เผยว่า ตนและเพื่อน ๆ ได้เดินทางไปร้องเรียนทุกที่ที่สามารถร้องเรียนได้ ทั้งรับเรื่องบ้าง ไม่รับเรื่องบ้าง จึงตัดสินใจไป DSI ต่อมา DSI จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่มาลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าว จนในที่สุดก็ได้คำตอบที่แท้จริง